สิ่งมักมองข้ามในการขอสินเชื่อซื้อรถกันอยู่บ่อยๆ

ใครต่อคนหลายคนเป็นเวลาอยากได้รถแต่ว่ามีเงินสดจำกัดก็ต้องเลือกใช้สินเชื่อรถยนต์มาช่วยเลือกซื้อรถมาเป็นทางเลือกแต่ว่าตอนจะซื้อรถไม่ได้นึกถึงหรือเรียกได้ว่ามองข้ามค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดตามมาหลังจากสินเชื่อรถยนต์อนุมัติเรียบร้อย ใจนึกอยากได้แต่รถ อยากได้รับใช้ไวไวทำให้มองข้ามค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายตามหลัง ตอนซื้อแค่นึกอย่างเดียวว่าซื้อรถเท่าไรและขอสินเชื่อรถยนต์ได้เท่าไหร่แล้วที่เหลือต้องใช้เงินดาวน์เท่าไรก็เตรียมแค่เงินดาวน์ไม่ได้เตรียมเงินค่าใช้จ่ายอื่่่นๆที่ต้องเสีย

สำหรับรถใหม่ป้ายแดงนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายหลังจากเรื่องสินเชื่อรถยนต์อนุมัติแล้วนอกเหนือเงินดาวน์ที่มักจะถูกมองข้ามไปก็คือ
     - ค่าจดทะเบียนรถยนต์ถ้าทางโชว์รูมออกให้ก็ไม่ต้องเสีย (ก็กลายๆว่าเป็นการโอนรถยนต์)
     - ค่ามัดจำป้ายแดง (ค่ามัดจำหนังสือป้ายแดงจะได้รับคืนภายหลัง)
     - ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ถ้าทางโชว์รูมออกให้ก็ไม่ต้องเสีย

สำหรับรถมือสองนั้น บางคนโชคดีได้ซื้อรถมือสองราคาถูกสามารถจัดเต็มขอสินเชื่อรถมือสองได้เต็มวงเงินเท่ากับราคาขายก็โชคดีไม่ต้องใช้เงินดาวน์ แต่บางคนพอใจที่จะซื้อรถในราคาที่แพงมากๆก็ต้องยอมรับว่าใช้เงินดาวน์ที่จำนวนมากตามไปด้วย แต่ทั้งนี้แล้วนอกเหนือจากเงินดาวน์ที่ต้องจ่ายแล้วยังมีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากเงินดาวน์ที่มักจะถูกมองข้ามก็คือ
      - เบี้ยประกันภัยรถ ถ้าในกรณีที่วงเงินสินเชื่อรถยนต์มือสองสูงกว่า 300000 โดยมากแล้วจะต้องทำประกันภัยชั้น1 ค่าเบี้ยจะขึ้นอยู่กับทุนประกันของตัวรถ แต่ว่าในกรณีที่สินเชื่อรถมือสองวงเิงินน้อยกว่า 300000 สามารถเลี่ยงทำประกันภัยชั้น1ได้ ทำเป็นชั้น2หรือชั้น3แทนได้เบี้ยประกันก็จะอยู่ในช่วง 5000 - 8000
      - ค่าโอนเป็นสิ่งที่่ต้องควักเงินจ่ายแน่นอน ค่าใช้จ่ายรายการนี้ต้องตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้รับภาระ
      - บางท่านซื้อรถเต็นท์ บางเต็นท์รถก็เรียกเก็บค่าจัดไฟแนนซ์รถมือสอง บางเต็นท์รถก็ไม่เก็บค่าจัดไฟแนนซ์ยกให้ฟรีๆ เพราะถือว่าได้กำไรจากการขายรถแล้ว ส่วนค่าจัดไฟแนนซ์รถเท่าไรนั้นจะต้องสอบถามทางเต็นท์รถโดยตรงเพราะว่าแต่ละเต็นท์ก็เรียกเก็บไม่เท่ากัน ไม่มีมาตราฐานตายตัว
      - บางท่านซื้อขายรถยนต์กันเอง ติดต่อธนาคารกันเอง ในส่วนนี้ทางธนาคารก็จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมก็จะอยู่ในช่วง1000 - 2000ต่อคัน
      - บางท่านอาจจะเลือกใช้บริการ ถือเอาความสะดวกสบายใจซื้อบริการโดยติดต่อผ่านทางโบรกเกอร์ที่รับยื่นเอกสารขอสินเชื่อรถยนต์มือสอง ซึ่งทางโบรกเกอร์ก็จะเก็บค่าบริการตามแต่ตกลงกันหรือที่เรียกว่าค่าจัดไฟแนนซ์แบบที่เต็นท์รถเรียกเก็บ

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าหลังสินเชื่อรถยนต์อนุมัติ โอนรถเรียบร้อย ทางผู้ซื้อไม่ได้ใช้เงินดาวน์เพียงอย่างเดียวจะต้องใช้เงินไปกับค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จะต้องตามด้วย โดยรวมกันจะเรียกได้ว่าเป็นการใช้เงินออกรถ

คำถามคือ สิทธิรถคันแรกสามารถรีไฟแนนซ์รถได้เปล่า

       ในปีที่แล้ว2555 นโยบายรถคันแรกทำให้มีคนสนใจออกรถกันเป็นจำนวนมหาศาลกันเลยทีเดียวมีทั้งผู้ที่ประวัติเครดิตปกติและคนที่ติดเครดิตหรือที่ชอบเีรียกกันว่าติดแบล็คลิสต์สนใจโครงการรถคันแรกเป็นจำนวนมาก ก็มีทั้งผู้ที่ขอสินเชื่อรถอนุมัติผ่านและผู้ที่ไม่สมหวังเพราะติดเครดิตอยู่ทำให้ไม่สามารถได้รับสิทธิรถคันแรกได้จึงทำให้ผิดหวัง และก็ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งทีี่มีกำลังซื้อหรือมีคนออกเงินสดให้ไปซื้อรถในโครงการรถคันแรกด้วยเงินสด

       หลังจากเข้าโครงการรถคันแรกเรียบแล้ว ได้รับสิทธิคืนภาษีมาแล้วเกิดมีความต้องการจะรีไฟแนนซ์รถเกิดคำถามว่าจะสามารถรีไฟแนนซ์รถได้หรือเปล่า ทั้งที่ซื้อด้วยเงินสดและขอสินเชื่อรถยนต์จึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจ โดยการรีไฟแนนซ์รถถือได้ผิดเงื่อนไขแต่สำหรับการผิดเงื่อนไขและไม่ต้องนำเงินมาคืน ประกอบด้วย 1.ได้รับเงินคืนแล้ว ถึงแก่กรรมก่อน 5 ปี แต่หากเสียชีวิตก่อน 1 ปี ที่จะได้เงินคืนจะไม่ได้สิทธิ์คืนเงิน 2.โอนสิทธิ์ให้ลีสซิ่ง ข้ามไฟแนนซ์ และ 3.รีไฟแนนซ์ ยังเป็นชื่อของตัวเองไม่เสียสิทธิ์

      รถคันแรกที่ผ่อนอยู่สามารถโอนสิทธิ์เปลี่ยนลีสซิ่งรถได้หรือผู้ที่ซื้อรถคันแรกด้วยเงินสดก็สามารถนำรถเข้าไฟแนนซ์เพื่อขอรีไฟแนนซ์รถกับลิสซิ่งรถได้แต่ต้องใช้ชื่อเดิมในการขอสินเชื่อรถยนต์เป็นชื่อเดียวกับผู้ที่ยื่่นขอสิทธิ์รถคันแรกและยังครอบครองรถอยู่ในระยะเวลา5ปี ก็ถือได้ว่ายังรักษาสิทธิ์รถคันแรกไว้ได้อยู่แต่ถ้าภายในระยะเวลา5ปี ทำการเปลี่ยนชื่อจากผู้รับสิทธิ์รถคันแรกเป็นบุคคลอื่นเมื่อใด เท่ากับผิดเงื่อนไข